วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดบทที่ 6

แบบฝึกหัดบทที่ 6


แบบฝึกหัดบทที่ 6

แบบฝึกหัดบทที่ 6 

การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน


- การจัดการสารสนเทศยุดใหม่ กลุ่ม 1
- นางสาว วิไลพร  รุ่งเรือง  56010912829
- คณะการบัญชีและการจัดการ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1.การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด
     ง. พัฒนาการ


2.เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม
     ข.ระบบการเรียนการสอนทางไกล


3.การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม(ATM)เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด
     ก.ระบบอัตโนมัติ


4.ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
     ง.ถูกทุกข้อ


5.เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึง
     ก.การประยุกต์เอาควมรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมุษย์


6.เครื่องมือที่สำคัญในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร
     ข.สารสนเทศ


7.ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคนโลยีสารสนเทศ
     ง.เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ


8.ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ

     ก.เครื่องถ่ายเอกสาร

9.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
     ค.ไม่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์


10.ข้อใดคือประโยชนน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศใช้กับการเรียน
     ง.ถูกทุกข้อ

แบบฝึกหัดบทที่ 5

แบบฝึกหัดบทที่ 5


แบบฝึกหัดบทที่ 5

แบบฝึกหัดบทที่ 5 

การจัดการสารสนเทศ


- การจัดการสารสนเทศยุดใหม่ กลุ่ม 1
- นางสาว วิไลพร  รุ่งเรือง  56010912829
- คณะการบัญชีและการจัดการ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



 
1.จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ


        การจัดการสารสนเทศ หมายถึง การทำกิจกรรมหลัก ต่างๆ ในการจัดหา การจัดโครงสร้าง การ ควบคุม ผลิต การเผยแพร่และการใช้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์การทุก ประเภทอย่างมีประสิทธิผล ซึ่งสารสนเทศในที่นี้หมายถึงสารสนเทศทุกประเภทที่มีคุณค่าไม่ว่าจะมีแหล่ง กำเนิดจากภายในหรือภายนอกองค์การ     
        การจัดการสารสนเทศ หมายถึง กระบวนการดำเนินงาน เช่น ทำดรรชนี การจัดหมวดหมู่ การจัดแฟ้มการทำรายการเพื่อการเข้าถึงเอกสารหรือสารสนเทศที่มีการบันทึกไว้ ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่จดหมายเหตุเชิงประวัติ ถึงข้อมูลดิจิทัล   
        การจัดการสารสนเทศ หมายถึง การดำเนินการกับสารสนเทศในระดับองค์การ ได้แก่ การวางแผน การ จัดสรรงบประมาณ การจัดโครงสร้างองค์การ การจัดเจ้าหน้าที่ การกำหนดทิศทาง การฝึกอบรม และการ
ควบคุมสารสนเทศ
2.การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อบุคคลและองค์กรอย่างไร

        การ จัดการสารสนเทศในสภาวะที่สังคมมีสารสนเทศเกิดขึ้นมากมาย ในลักษณะสารสนเทศท่วมท้นการจัดการสารสนเทศ โดยจัดเป็นระบบสารสนเทศต่างๆ เพื่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการ เป็นความจำเป็นและมีความสำคัญทั้ง 
  • ต่อบุคคลในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน 
  • การศึกษา
  • การทำงาน 
  • ด้านการบริหารจัดการ 
  • การดำเนินงาน
  • กฎหมาย
3.พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง

        นักวิชาการด้านสารสนเทศศาสตร์บางคนได้กล่าวไว้ว่า การถกเถียงอภิปรายถึงความหมายของคำว่าสารสนเทศ จะไม่เกิดคุณค่าใดๆ หากไม่พิจารณาความหมายลึกลงไปในแง่การปฏิบัติงานกับสารสนเทศ หรือคือ การจัดการสารสนเทศ ทั้งนี้เพราะการศึกษาสารสนเทศศาสตร์ ในแง่มุมหนึ่งคือการประยุกต์ด้านการปฏิบัติงานเพื่อการจัดการสารสนเทศ
        และ การจัดการสารสนเทศก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ได้กระทำมาเป็นระยะเวลายาวนานนับแต่ รู้จักคิดค้นการขีดเขียน บันทึกข้อมูล การจัดการสารสนเทศโดยทั่วไป แบ่งอย่างกว้างๆได้เป็น 2 ยุค เป็นการจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ และ การจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์
  •        การจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ
การจัดการสารสนเทศเริ่มต้นเมื่อมีการสร้างอารยธรรมในด้านการบันทึกความรู้ ราว 2,000 - 8,000 ปีก่อนคริสตศักราช อียิปต์โบราณใช้กระดาษปาปิ รัสเขียนบันทึกข้อมูล หอสมุดอเล็กซานเดรีย (Library of Alexandria)สร้างโดยพระเจ้าปโทเลมีที่ 1 ในช่วง 285 ปีก่อนคริสตศักราช เป็นคลังความรู้ที่ยิ่งใหญที่สุดในโลกยุคโบราณ จัดเก็บกระดาษปาริรัสที่เขียนบันทึกวิชาการแขนงต่างๆ ถึง 7 แสนกว่าม้วนไว้ในกระบอกทรงกลม และต่อมาในได้มีการใช้หนังสัตว์เย็บเป็นรูปเล่มหนังสือ เรียกว่าโคเด็กซ์ (codex) ในสมัยของเปอร์กามัม(Pergamum) แห่งกรีก ในช่วง 197-159 ปีก่อนคริสตศักราช

ช่วงศตวรรษที่ 12 เกิด สถาบันการศึกษาที่เป็นทางการ ห้องสมุดของสถาบันการศึกษา เช่นมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ยังคงจัดระบบหนังสือในลักษณะเดียวกับห้องสมุดวัด นอกจากจัดหนังสือตามสาขาวิชาแล้ว ยังจัดตามขนาด และเลขทะเบียนหนังสือ หนังสือที่สำคัญมากยังคงถูกล่ามโซ่อยู่กับโต๊ะในคริสต์ศตวรรษที่ 15 โยฮานน์ กูเต็นเบิร์ก (Johannes Gutenberg) ชาว เยอรมันคิดเครื่องพิมพ์ขึ้น พิมพ์หนังสือเล่มแรกของยุโรปคือ ไบเบิลในภาษาละติน เมื่อการพิมพ์แพร่ จึงมีการพิมพ์หนังสือ ทั้งตำรา สารคดีบันเทิงคดี พัฒนาเป็นวารสาร หนังสือพิมพ์ จุลสาร กลางศตวรรษที่ 15 กิจการพิมพ์หนังสือมีอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วยุโรป

ศตวรรษที่ 16 กิจการ การค้าหนังสือแพร่จากทวีปยุโรปสู่ทวีปอื่นทางเส้นทางการค้าและพัฒนาเป็น ธุรกิจขนาดใหญ่ ส่งผลให้หนังสือจัดเป็นส่วนหนึ่งของชนทุกชั้น ลักษณะของหนังสือเปลี่ยนไป ขนาดเล็กลงใช้สะดวกขึ้น ไม่มีสื่อประเภทใดที่เป็นเครื่องมือค้นสื่อที่จัดเก็บแลเผยแพร่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพเทียบเท่าหนังสือเป็นระยะเวลายาวนาน (Feather 2002 : 24)

การ จัดการสารสนเทศในระยะแรก สื่ออยู่ในรูปของสื่อสิ่งพิมพ์ การจัดการสารสนเทศเน้นระบบมือโดยรวบรวมรายชื่อหนังสือที่มีการผลิตและเผย แพร่ และเทคนิคในการจัดเก็บเอกสารระยะแรกเ เป็นการจัดเรียงตามขนาดของรูปเล่มหนังสือ ตามสีของปก ตามลำดับอักษรชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่องหนังสือ เลขทะเบียน ตามลำดับก่อนหลังของหนังสือที่ห้องสมุด หน่วยงานได้รับ และรวมทั้งการกำหนดสัญลักษณ์ขึ้นเป็นตัวเลขและ/หรือ ตัวอักษรเพื่อแทนเนื้อหาสาระของสิ่งพิมพ์ แสดงให้ทราบว่าจะค้นสื่อที่ต้องการจากที่ใด ฉบับใด หรือจากหน้าใดในการค้น มีการจัดทำบัญชีรายการหนังสือ เอกสาร เป็นเล่มเพื่อใช้ค้นและเป็นบัญชีคุมหนังสือและ

เอกสารด้วย ต่อมายังมีการจัดทำเป็นแคตาล็อก (catalog) หรือ บัตรรายการหนังสือ ในระยะแรกเป็นเพียงบัญชีรายชื่ออย่างหยาบๆ ต่อมามีรายละเอียดของหนังสือมากขึ้น และบอกเนื้อหาไว้ในบัญชีรายชื่อด้วย โดยมีการควบคุมบรรณานุกรม (bibliographic control) เป็น การรวบรวมจัดทำบรรณานุกรมหรือรายการทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือค้นหา ค้นคืนสื่อรูปแบบต่างๆ ทั้งหนังสือ สื่อบันทึกเสียง ภาพ และอื่นๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19

การจัดเก็บสารสนเทศ ยังมีพัฒนาการระบบการจัดหมวดหมู่ (classification scheme) ใน ค.. 1876 มีการคิดระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือระบบทศนิยมดิวอี้ (Dewey Decimal Classification – DDC) เป็น การวิเคราะห์เนื้อหาสารสนเทศเพื่อกำหนดเป็นหมวดหมู่ใหญ่ ย่อย ลดหลั่นจากเนื้อหากว้างๆ จนถึงเนื้อหาเฉพาะเพื่อให้สัญลักษณ์แทนเนื้อหาสารสนเทศเป็นตัวเลข และต่อมามีการพัฒนาการจัดหมวดหมู่โดยการใช้ตัวอักษรผสมตัวเลข หรือเครื่องหมายอื่นๆ แทนเนื้อหาของสารสนเทศ เป็นการจัดเก็บสิ่งพิมพ์อย่างเป็นระบบ และใช้เครื่องมือค้นจากแคตาล็อก
สำหรับ การจัดการสารสนเทศในสำนักงาน ระบบดั้งเดิม ใช้ระบบมือ หรือกำลังคนเป็นหลัก การจัดการเอกสารซึ่งใช้กระดาษระยะแรกจัดเก็บตามการรับเข้า และส่งออกตามลำดับเวลา มีการจัดทำทะเบียนเอกสารรับเข้า - ส่งออกในสมุดรับ – ส่ง และจัดทำบัญชีรายการเอกสารด้วยลายมือเป็นรูปเล่ม ต่อมาพัฒนาเป็นจัดเก็บเอกสารโต้ตอบเฉพาะเรื่องไว้ในแฟ้มเรื่องเดียวกันในตู้ เก็บเอกสาร โดยพัฒนาเป็นหมวดหมู่ของระบบงานสารบรรณเอกสาร การจัดเก็บ อาจจัดเรียงตามลำดับอักษรชื่อหน่วยงาน ชื่อบุคคล ตามเนื้อหา ตัวเลข ตัวอักษรผสมตัวเลข ลำดับเวลา และตามรหัส และมีการทำดรรชนี กำหนดรหัสสี มีการทำบัตรโยงในตู้เก็บเอกสาร เป็นต้น เพื่อความสะดวกในการค้นหา มีการทำบัญชีรายการสำหรับค้นเอกสารสารบรรณ ที่ต่อมาใช้เครื่องพิมพ์ดีดแทน การเขียน
  •  การจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์
การ จัดการสารสนเทศเกิดขึ้นโดยใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อสารสนเทศมีปริมาณมากมาย รูปลักษณ์หลากหลายคอมพิวเตอร์มีพัฒนาการของจากอดีตถึงปัจจุบัน ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ในระยะแรก ตั้งแต่ ค.. 1946 มี การประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีหลอดสูญญากาศ ใช้ในงานค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจสำมะโนประชากร ซึ่งต่อมา เครื่องคอมพิวเตอร์พัฒนามาใช้เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ มีขนาดเล็กลง และนำมาใช้ในงานทางด้านคณิตศาสตร์และวิศวกรรม ช่วงทศวรรษที่ 1960 คอมพิวเตอร์ เริ่มใช้แผงวงจรรวมหรือไอซี และแผงวงจรรวมขนาดใหญ่ และนำมาใช้งานการสื่อสารข้อมูล และงานฐานข้อมูล เพื่อลดภาระงานประจำโดยทรัพยากรอยู่ในรูปของกระดาษ เห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนานำมาใช้งานตามสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น
ใน ระยะต่อมาเป็นการนำมาใช้พัฒนาเป็นระบบสารสนเทศในงานเฉพาะทางต่างๆ เช่น ระบบห้องสมุดมีการใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบัตรรายการเป็นเครื่องมือช่วยค้น ทรัพยากรสารสนเทศทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อโสตทัศนประเภทต่างๆ ระบบงานเอกสารสำนักงานปรับปรุงระบบการทำงานให้เป็นอัตโนมัติมากขึ้นในช่วง ค..1970จึง นำมาจัดเก็บข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลจากกระดาษ จัดเก็บในลักษณะแฟ้ มข้อมูล ต่อมา ได้เริ่มพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูล เพื่อเอื้อต่อการจัดการสารสนเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดความซ้ำซ้อนขึ้น
พัฒนาการ ของคอมพิวเตอร์ในระยะหลังเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเพิ่มสมรรถนะขึ้นอย่างมากมายตามยุคต่างๆ ในยุคหลังๆ จึงใช้ในงานที่สามารถหาเหตุผลด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งเลียนแบบวิธีคิดของมนุษย์
ช่วงค.. 1980 เป็น ต้นมาพัฒนาการคอมพิวเตอร์ก้าวหน้าขึ้น อาทิ ไมโครคอมพิวเตอร์แม้มีขนาดเล็กลงแต่มีสมรรถนะมากขึ้น มีการใช้คอมพิวเตอร์จัดการสารสนเทศในงานต่างๆ ทั้งการศึกษา การแพทย์ ธุรกิจ เป็นต้น โดยจัดทำระบบฐานข้อมูลช่วยงานด้านต่างๆทั้งการบริหาร การตัดสินใจที่ใช้ง่ายและดีกว่าเดิม ระบบสารสนเทศมุ่งตอบสนองทั้งความต้องการส่วนบุคคลของผู้ใช้ และการตอบสนองความต้องการในการทำงานตามหน้าที่ในองค์การมากขึ้น และเปลี่ยนจากเพิ่มประสิทธิผลไปสู่การใช้งานเชิงกลยุทธ์
การใช้คอมพิวเตอร์ในระยะตั้งแต่ ค.. 1990 เป็น ต้นมา การพัฒนาระบบเครือข่ายโดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูล และการใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้การจัดการระบบฐานข้อมูลผ่านระบบออนไลน์อย่างกว้างขวาง ขยายการทำงาน การบริการ การค้า ธุรกิจ การคมนาคม การแพทย์ เป็นต้น กระทำได้อย่างกว้างขวางในลักษณะเครือข่ายความร่วมมือใช้สารสนเทศร่วมกัน สื่อสารสารสนเทศทั้งตัวอักษร ภาพ เสียงเพื่อการดำเนินงานระหว่างองค์การของทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน

4.จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใชในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
  1. ระบบห้องสมุด
  2. ระบบธนาคาร
  3. ระบบลงทะเบียนมหาวิทยาลัย
  4. ระบบ WBI
  5. ระบบ POS

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บทความ

บทความที่1 ระบบบำบัดน้ำเสียเฉพาะจุด
 แม้ปัญหาน้ำเสียจะมิได้รุนแรงถึงขึ้นทำลายชีวิต หรือก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินฉับพลันทันทีเช่นปัญหาน้ำท่วม     แต่เป็นเสมือนมะเร็งร้ายที่ค่อย ๆ ลุกลามไปทำลายระบบนิเวศเป็นอันตรายต่อสุขอนามัยและ บั่นทอนสุขภาพจิตใจของผู้คนที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง ทั้งยังเป็นทัศนียภาพที่ไม่ชวนมองสำหรับผู้ที่ต้องสัญจรผ่านไปมาหรือผู้ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนเป็นครั้งคราว จากต่างถิ่น ต่างแดน
          ระบบบำบัดน้ำเสียเฉพาะจุด ภายใต้งบประมาณที่จำกัด เป็นเสมือนทัพหน้าของการแก้ปัญหาระยะแรก โดยนับแต่ พ.ศ. 2520 เมื่อสำนักการระบายน้ำถือกำเนิดได้เริ่มเปิดเดินระบบบำบัดน้ำเสียเฉพาะจุดที่กองขยะอ่อนนุชเป็นแห่งแรก และพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยมา
          ปัจจุบันยังได้มีการเดินระบบบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กที่รับโอนจากการเคหะแห่งชาติ ระบบบำบัดน้ำเสียแบบสระเติมอากาศและการจัดระบบไหลเวียนหมุนเปลี่ยนน้ำ (Flushing)  เพราะแม้จะมีระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนทัพหลวงในการจัดการปัญหา แต่ระบบบำบัดน้ำเสียเหล่านี้ยังต้องมีบทบาทดูแลสุขอนามัย      อันเป็น “พื้นฐานแห่งชีวิต” ของประชาชนต่อไป


บทความที่2
โรงควบคุมคุณภาพน้ำที่รับโอนจากการเคหะแห่งชาติ
12 โรงควบคุมคุณภาพน้ำที่รับโอนจากการเคหะแห่งชาติ รับน้ำเสียจากอาคารบ้านพัก อาศัย บริเวณแฟลตและร้านค้า ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร เพื่อประโยชน์แก่ชุมชน 130,000 คน
          ในการสร้างอาคารที่พักอาศัยรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงที่ดำเนินการโดยการเคหะแห่งชาติต้องมีการสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อรองรับน้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมการใช้น้ำชีวิตประจำวันของผู้พักอาศัย แต่การเดินระบบบำบัดน้ำเสียมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นทุกปีและยังมีค่าซ่อมบำรุงอีกส่วนหนึ่งขณะที่การเคหะแห่งชาติมีค่าใช้จ่ายในการ    ดูแลสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่จำเป็นอีกมาก และไม่ต้องการให้ผู้พักอาศัยซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้ไม่มากนักมาเฉลี่ย     รับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ จึงพยายามโอนโรงควบคุมคุณภาพน้ำเคหะชุมชนต่าง ๆ ให้กับกรุงเทพมหานครรับมาอยู่ในความดูแล
          แต่ตามระเบียบของกรุงเทพมหานคร การจะรับโอนสาธารณูปโภคใด ๆ ต้องสร้างคุณประโยชน์แก่หน่วยงานด้วย ซึ่งการเคหะแห่งชาติยินดีทำข้อตกลงในการซ่อมแซมโรงควบคุมคุณภาพน้ำทุกแห่งให้อยู่ในสภาพ  ที่ใช้งานได้ก่อนที่จะโอน รวมทั้งจะมีการสมทบเงินในช่วง 5 ปีแรก
          ภายใต้เงื่อนไขนี้ ระหว่าง พ.ศ. 2533-2540 กรุงเทพมหานครจึงได้ทยอยรับโอนโรงควบคุมคุณภาพน้ำจากการเคหะแห่งชาติมาอยู่ในความดูรวมทั้งสิ้น 12 แห่ง ได้ แก่ โรงควบคุมคุณคุณภาพน้ำเคหะชุมชนห้วยขวาง บางนา คลองจั่น รามอินทรา ทุ่งสองห้อง 1 ทุ่งสองห้อง 2 หัวหมาก ท่าทราย คลองเตย ร่มเกล้า บางบัว และบ่อนไก่ รวมขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย 24,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งทำให้ชาวเคหะชุมชน          มีสาธารณูปโภคเช่นเดียวกับอาคารให้เช่าพักอาศัยอื่น ๆ ตลบถึงปัจจุบัน
          นอกจากนั้นแล้ว โรงควบคุมคุณภาพน้ำที่รับโอนมาทุกแห่ง ถือว่าเป็นโรงเรียนฝึกอบรมชั้นดี สำหรับบุคลากรของสำนักการระบายน้ำ ทั้งการอกแบบปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การเดินระบบ และสร้างประสบการณ์ในการบริหารโครงการระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ในเวลาต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดบทที่ 4

 กิจกรรมที่ 4 

แบบฝึกหัดบทที่ 4



1.ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกับตรวจสอบกับเพื่อน



1.1) การบันทึกและการจัดเก็บข้อมูล 
 
  ตอบ


 1.VCD หรือ Video CD 
  2.
 แฟลชไดรฟ์
  3.
ฮาร์ดดิสก์ 

1.2 การแสดงผล

ตอบ  


1.เครื่องพิมพ์
2.จอภาพ
3.พลอตเตอร์

1.3 การประมวลผล

ตอบ  
1.ฮาร์ดแวร์
2.ซอฟต์แวร์
3.คอมพิวเตอร์

1.4  การสื่อสารและเครือข่าย

ตอบ  
1.โทรทัศน์ 
2.วิทยุกระจายเสียง
3.โทรเลข








2.ให้นิสิตนำตัวเลขในช่องว่างขวา มาเติมข้อความในช่องซ้ายที่มีความสัมพันธ์กัน




8… ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1. ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล
3… Information Technology
2. e-Revenue
1… คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3. เทคโนโลยี ต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
6เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ Sender Medium และDecoder
10ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการททำงาน
5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย

7… ซอฟต์แวร์ระบบ
6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
..9… การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความสามารถ
7. โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์
5… EDI
8. โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท
4… การสื่อสารโทรคมนาคม
9. CAI
2บริการชำระภาษีออนไลน์
10. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

แบบฝึกหัดบทที่ 3

กิจกรรมที่ 3

แบบฝึกหัดบทที่ 3



1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ
  
ตอบ  ง.ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ 




2. จากการเรียนรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญที่สุด 

ตอบ  ค.ความสามารถในการประมวลผลสารสนเทศ 




3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ 
ตอบ  ค.ความสามารถในการประมวลผลสารสนเทศ 




4. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สาระสนเทศ 

ตอบ  ค.สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะเข้าถึง



5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง


ตอบ  ค. 5-4-1-2-3

แบบฝึกหัดบทที่ 2


  กิจกรรมที่ 2 แบบฝึกหัดบทที่ 2

จงเติมคำในช่องว่างว่าข้อใดเป็นข้อมูล หรือสารสนเทศ 



1.ให้นิสิตหารายชื่อเว็ปไซต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บริการต่างๆ ตามหัวข้อเหล่านี้มาอย่างละ 3 รายการ


1.1 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา

  http://drpaitoon.com/
 http://forum.datatan.net/index.php/topic,126.msg126.html
 http://www.csjoy.com/story/net/tne.htm
 


1.2 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน

 
 
 http://www.thaigoodview.com/node/91221
  http://forum.datatan.net/index.php/topic,126.msg126.html
 http://www.prachyanun.com/artical/ict.html
 
1.3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน

  http://www.siit.tu.ac.th/thai/it.html
http://www.bcoms.net/temp/lesson12.asp
http://www.wangjom.com/newseducation/12428.html

1.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม
 
 http://www.prachyanun.com/artical/ict.html

http://www.bankokyangschool.ac.th/learning-computer/212-information-technology.html
http://bunmamint18.blogspot.com/ 

1.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์

 
 http://www.most.go.th/main/index.php/flagship/116-nstda/1719---2550-.html
http://www.nextproject.net/contents/default.aspx?00100
 http://board.dserver.org/s/sukunyap/00000003.html



1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ

 
http://www.panteethai.com/links.asp
http://www.pantip.com/cafe/library/link/
http://www.slideshare.net/Mazda007/unit8-6055932


1.7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม

 
http://www.softbizplus.com/computer/556-professional-computer-branches 
http://www.dpu.ac.th/eng/ce/
http://th.wikipedia.org/wiki/


1.8  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรม
  http://www.oae.go.th/ewt_news.php?nid=6582&filename=index
http://forum.datatan.net/index.php/topic,126.msg126.html
 http://www.acr.ac.th/acr/library/link/com.htm
 


1.9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่างๆ


http://www.skb.ac.th/~skb/computor/nectec/0002-4.html http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=2397&filename=index 

http://meteepigulthong.wikispaces.com/



2.มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง บอกมาอย่างน้อย 3 อย่าง

-WIFI

-3G

-อินเตอน์เน็ต





3. จากข้อ 2 จงวิเคราะห์ว่าท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยนช์ต่อตนเองอย่างไรบ้าง

  ใช้งานคอมพิวเตอร์ในการทำโปรเจคในรายวิชาที่เรียน^^

แบบฝึกหัดบทที่ 1

กิจกรรมที่ 1 

แบบฝึกหัดบทที่ 1


จงเติมคำในช่องว่างว่าข้อใดเป็นข้อมูล หรือสารสนเทศ
1. ข้อมูล หมายถึง   

ตอบ ข้อมูล หมายถึงข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในรูปแบต่างๆ เช่น ตัวเลข ตัวอักษร เป็นต้น
หรือ หมายถึงข้อความที่อธิบายสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วนำไปประมวลผลได้ ไม่ว่าข้อเท็จจริงนั้นมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์หรือไม่ก็ตาม



2. ข้อมูลปฐมหมายถึง  


ตอบ ข้อมูลปฐมภูมิ คือ ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมหรือบันทึกจากแหล่งข้อมูลโดยตรง อาจได้จากการสอบถาม การสัมภาษณ์ การสำรวจ การจดบันทึก ตลอดจนได้มาจากเครื่องมือวัดต่าง ๆ ข้อมูลปฐมภูมิจึงเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ได้มาจากจุดกำเนิดของข้อมูล

3.ข้อมูลทุติยภูมิหมายถึง  
ตอบ ข้อมูลทุติยภูมิ หมาย ถึงข้อมูลที่มีผู้อื่นรวบรวมไว้แล้วบางครั้งอาจมีการประมวลผลเป็นสารสนเทศไป แล้ว ผู้ใช้ข้อมูลไม่ได้ไปสำรวจเอง ตัวอย่างเช่นข้อมูลสถิติต่าง ๆ ที่มีผู้ทำไว้อาจเป็นหน่วยราชการ

4.สารสนเทศหมายถึง 


ตอบ สารสนเทศ (Information) หมายถึงข้อมูล หรือ สิ่งซึ่งได้จากการนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้มาประมวลผล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ หรือ สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่มีความหมายซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ดังนั้น สารสนเทศจึงหมายถึงข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูก ต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพท์ตรงตามความต้องการของผู้ใช้

5.จงอธิบายประเภทของสารสนเทศ  
ตอบ
 
  1.สารสนเทศจำแนกตามแหล่งสารสนเทศ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามการรวบรวมหรือจัดกระทำสารสนเทศ ได้แก่
                    1.1 แหล่งปฐมภูมิ(Primary Source) คือ สารสนเทศที่ได้มาจากแหล่งต้นโดยตรง เป็นสารสนเทศทางวิชาการ
                    1.2 แหล่งทุติยภูมิ(Secondary Source) คือ สารสนเทศที่มาจากการรวบรวม เรียบเรียงขึ้นใหม่จากแหล่งสารสนเทศปฐมภูมิ มักจะอยู่ในรูปแบบการสรุป ย่อเรื่อง จัดหมวดหมู่ ทำดรรชนีและสารสังเขป
                    1.3 แหล่งตติยภูมิ(Tertiary Source) คือ สารสนเทศที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการค้นหาสารสนเทศจากแหล่งปฐมภูมิและทุติยะ ภูมิ จะไม่ได้ให้เนื้อหาสาระโดยตรง แต่จะมีประโยชน์ในการค้นหาสารสนเทศที่มห้ความรู้เฉพาะสาขาวิชา ได้แก่ บรรณานุกรม นามานุกรม

2. สารสนเทศจำแนกตามสื่อที่จัดเก็บ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามชนิดของสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ได้แก่ กระดาษ วัสดุย่อส่วน สื่ออิเล็กทรอนิกซ์ และสื่อแสง
                    2.1 กระดาษ เปนสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลสารสนเทศ
                    2.2 วัสดุย่อส่วน เช่น เอกสารจดหมายเหตุ หนังสือพิมพ์ เอกสารสำคัญ วิทยานิพนธ์ เป็นต้น
                    2.3 สื่ออิเล็กทรอนิกหรื่อสื่อแม่เหล็ก สามารถบันทึกและแก้ไขข้อมูลได้สะดวก เช่น เทปวีดิทัศน์ เทปบันทึกเสียง เป็นต้น

                    2.4 สื่อแสงหรือสื่ออปติก เป็นสื่อที่ใช้ในการบันทึกและอ่านข้อมูลด้วยแสงเลเซอร์เช่น ซีดีรอม ดีวิดี เป็นต้น





6.ข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลขข้อความรูปภาพเสียงคือ 
 
 
ตอบ ข้อมูล


 
 7.ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็น


 ตอบ   เป็น การประมวลผลทางข้อมูลเป็นการนำข้อมูล ที่เก็บรวบรวมได้มาผ่านกระบวนการต่าง ๆ เพื่อแปรสภาพข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ต้องการ เรียกว่า ข้อมูลสนเทศหรือสารสนเทศ


8.ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคนเป็น  


 ตอบ ข้อมูลปฐมภูมิ



9.ผลของการลงทะเบียนเป็น  


 ตอบ แหล่งทุติยภูมิ
 

10.กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน Sectionวันอังคารเป็น 


 ตอบ แหล่งตติยภูมิ